บทนำ
....
เอลาร่าเป็นเพียงคนนอกคอกมาเสมอ เธอไร้หมาป่า ไร้พลังอำนาจ และถูกแม่เลี้ยงกับพี่สาวต่างแม่รังแกไม่เว้นวัน แต่ค่ำคืนเดียวในงานเต้นรำหลวงที่เธอแอบย่องเข้าไปได้เปลี่ยนทุกสิ่งไป การเต้นรำกับเบลซ คิงส์ตัน ทายาทแห่งไลแคน จบลงด้วยรอยตราต้องห้ามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้เลย เมื่อถูกเนรเทศอย่างอัปยศและถูกทิ้งให้ตายในป่า เอลาร่าก็ได้ค้นพบความลับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น... เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา
ขณะที่ถูกไล่ล่าโดยเหล่าผู้ที่ต้องการกำจัดเธอ และต้องตกอยู่ภายใต้การคุ้มครองของอัลฟ่าพเนจรผู้ลึกลับ เอลาร่าก็เริ่มค้นพบความจริงเกี่ยวกับสายเลือดต้องสาปและหมาป่าสีเงินที่ซ่อนอยู่ในตัว ในขณะเดียวกัน เบลซก็ติดอยู่ในใยแห่งคำลวงและมนตร์ดำ เขาถูกจับคู่กับเมทจอมปลอมโดยมีอาณาจักรเป็นเดิมพัน
เบลซจะค้นพบความจริงได้ทันเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปหรือไม่? เอลาร่าจะสามารถปกป้องปาฏิหาริย์ที่กำลังเติบโตในกาย พร้อมกับค้นพบความแข็งแกร่งของลูน่าที่เธอถูกลิขิตให้เป็นได้หรือไม่? และบทลงโทษใดจะรอคอยแม่เลี้ยงและพี่สาวต่างแม่ที่พยายามกำจัดเธอให้สิ้นซาก?
บท 1
แสงแดดยามเช้าปลุกฉันให้ตื่นขึ้น ฉันยิ้มออกมาทั้งที่หัวใจยังคงหนักอึ้งเหมือนเช่นเคย ฉันหยิบบัตรเชิญหรูหราจากโต๊ะขึ้นมา ยังคงทึ่งว่ามันเป็นของจริง “วันนี้จะต้องเป็นวันที่สุดยอดแน่!” ฉันพึมพำกับตัวเอง พยายามทำเสียงให้กล้าหาญทั้งที่มันสั่นเครือ ฉันก้มมองชุดเดรสเรียบๆ ของตัวเอง รู้ดีว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับชุดสวยๆ ที่หญิงสาวคนอื่นจะใส่ไปงานเต้นรำคืนนี้
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอัลฟ่าคิงทรงเชิญหมาป่าสาวโสดทุกคนเข้าร่วมงานเต้นรำเลือกคู่ของโอรสพระองค์ แพ็คเล็กๆ ของเราไม่เคยได้รับเทียบเชิญจากราชสำนักมาก่อน เมื่อมองในกระจก ฉันเห็นเด็กสาวหน้าเศร้าคนเดิม ผมสีเข้มยุ่งเหยิงและดวงตาที่เหม่อลอยนับตั้งแต่แม่จากไป ฉันพยายามฝืนยิ้ม แต่มันก็เป็นเพียงรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“แม่คะ หนูอยากให้แม่อยู่ตรงนี้จัง” ฉันกระซิบ รู้สึกได้ว่าน้ำตากำลังจะไหล “แม่จะภูมิใจในตัวหนูไหมคะ หรือจะเสียใจกับสิ่งที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้”
กลิ่นขนมปังอบใหม่ทำให้ท้องของฉันร้อง ฉันย่องลงบันไดอย่างเงียบกริบราวจับหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันเรียนรู้ที่จะทำหลังจากพยายามไม่ให้เป็นที่สังเกตมาหลายปี ในครัวอบอวลไปด้วยความตื่นเต้น เหล่าสาวใช้ต่างวิ่งวุ่นเตรียมงานสำหรับคืนนี้
ไลซ่ายิ้มเมื่อเห็นฉัน มือของเธอเปรอะไปด้วยแป้งสีขาว เธอไม่ใช่แค่สาวใช้ของฉัน แต่เธอเป็นเหมือนแม่ที่ฉันสูญเสียไป “ไม่อยากจะเชื่อเลยใช่ไหมคะ งานเต้นรำของราชสำนักของจริงเลยนะ!” ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความสุข
“นั่นสิคะ ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าได้บัตรเชิญมาได้ยังไง ถ้าลินดาเห็นเข้าล่ะก็ ฉันแย่แน่ๆ”
“อย่าไปสนใจหล่อนเลยค่ะ วันนี้พวกเราจัดการเอง!” ลิลลี่เสริมขึ้นจากหน้าเตาร้อนๆ ใบหน้ากลมของเธอแดงก่ำเพราะความร้อนจากการทำอาหาร
“น้องสาวสุดที่รักของพี่จะได้เจอเมทแล้ว!” เธอเข้ามากอดฉัน
“โธ่ พี่ลิลลี่” ฉันผลักเธอเบาๆ พลางยิ้ม “ฉันไม่มีหมาป่านะคะ แล้วก็...”
คำพูดของไลซ่าแทรกขึ้นมา “อย่าคิดว่านั่นเป็นอุปสรรคที่ขวางคุณหนูจากการมีเมทนะคะ จงเชื่อมั่นในตัวเองและองค์เทพีแห่งดวงจันทร์” เธอกล่าว
“หนูจะพยายามค่ะ” ฉันตอบพลางยิ้มจางๆ “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” ฉันคว้าตะกร้าสมุนไพร พยายามเมินความเจ็บปวดในอกเมื่อได้ยินคำว่า ‘เมท’ การไม่มีหมาป่าเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิตของฉัน หญิงสาวคนอื่นไม่เคยปล่อยให้ฉันลืมเรื่องนี้ พวกเธอมักจะกระซิบกระซาบนินทาฉันลับหลังเสมอ
ฉันเดินออกมาข้างนอก มุ่งหน้าไปยังคลินิกของแพ็ค แสงแดดเจิดจ้าเกินไป ราวกับกำลังเยาะเย้ยอารมณ์ขุ่นมัวของฉัน ตะกร้าว่างเปล่าแกว่งไปมาอยู่ข้างลำตัว ให้ความรู้สึกกลวงโบ๋ไม่ต่างจากข้างในใจฉัน
ทันทีที่ฉันเอื้อมมือไปที่ประตูคลินิก มันก็เปิดผางออกมา ใจฉันหายวาบเมื่อเห็นร่างสูงของลิฟขวางทางอยู่ ใบหน้าสวยของเธอบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มเยาะน่าเกลียดจนฉันอยากจะหายตัวไปให้พ้นๆ
“แหม แหม ถ้าไม่ใช่ยัยเอลาร่าตัวไร้ค่า” เธอกล่าว น้ำเสียงเจือไปด้วยความเกลียดชัง
มือของฉันบีบด้ามตะกร้าแน่นจนเจ็บ อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้สิ ฉันคิดอย่างสิ้นหวัง
“อย่าคิดแม้แต่จะไปงานเต้นรำนั่น” ลิฟก้าวเข้ามาใกล้ ยืนค้ำหัวฉัน ดวงตาสีเขียวของเธอเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความร้ายกาจ “แกมันไม่มีหมาป่า เพราะงั้นจะไม่มีใครอยากได้แกเป็นเมทหรอก แกมันก็แค่ตัวเกะกะรกโลก!”
ฉันก้มหน้าลง ปล่อยให้เส้นผมปิดบังใบหน้าเหมือนม่าน แม่เคยบอกเสมอว่าฉันเป็นคนพิเศษ แต่เสียงของแม่ในความทรงจำกลับเลือนลางลงทุกวัน บางครั้งฉันก็สงสัยว่าตัวเองอาจจะกุเรื่องทั้งหมดขึ้นมาเอง
กลิ่นสมุนไพรของคลินิกลอยมาห้อมล้อมตัวฉันขณะที่รีบเดินผ่านลิฟไป ที่นี่ท่ามกลางยาต่างๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย มันทำให้ฉันนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขตอนที่แม่สอนเรื่องการรักษา มือของฉันขยับไปเอง หยิบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ขณะที่พยายามหยุดอาการสั่น
ผืนป่าเรียกหาฉันเป็นที่ต่อไป ที่นี่... ท่ามกลางหมู่ไม้สูงใหญ่และเสียงนกร้องเพลง ไม่มีใครทำร้ายฉันได้ ฉันสัมผัสเปลือกไม้หยาบกร้าน แสร้งทำว่าผืนป่ายอมรับฉันในยามที่ไม่มีใครต้องการ
แล้วฉันก็ได้ยิน... เสียงร้องอย่างเจ็บปวดแผ่วเบา เมื่อเดินตามเสียงไป หัวใจฉันแทบสลายเมื่อเห็นลูกหมาป่าตัวหนึ่งติดอยู่ใต้กิ่งไม้ที่หักโค่นลงมา ดวงตาหวาดหวั่นของมันสบตากับฉัน เปี่ยมไปด้วยความกลัวและความเจ็บปวด
"ไม่ต้องกลัวนะ" ฉันกระซิบพลางคุกเข่าลงข้างๆ "ฉันจะช่วยเจ้าเอง" นี่คือฉัน เด็กสาวผู้ไร้ซึ่งหมาป่า กำลังพยายามช่วยชีวิตหมาป่าตัวหนึ่ง แต่ฉันรู้ดีว่าความรู้สึกของการติดกับและเจ็บปวดมันเป็นอย่างไร เมื่อฉันช่วยลูกหมาป่าเป็นอิสระ ความไว้ใจในดวงตาของมันทำให้น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตา
ฉันรู้สึกเกือบจะมีความสุขขณะเดินกลับบ้าน จนกระทั่งเห็นใบหน้าที่ตื่นตระหนกของไลซ่า "คุณเอลาร่า! มาเร็วเข้าสิคะ เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้ว!"
โลกรอบกายพลันหยุดนิ่งเมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้อง ที่นั่น มิสตี้ พี่สาวต่างแม่ของฉัน ยืนอยู่ในชุดแต่งงานของแม่ ชุดสีขาวล้ำค่าของฉัน... สิ่งเดียวที่ฉันมีเหลือต่างหน้าแม่
"พี่ทำอะไรน่ะ" เสียงของฉันแผ่วเบาและสั่นเครือ
มิสตี้หันมา ใบหน้างดงามของหล่อนแสร้งทำเป็นประหลาดใจ ริมฝีปากสีแดงสดของหล่อนโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "โอ้ เอลาร่า! ในเมื่อเธอก็ไม่ได้ไปงานเต้นรำอยู่แล้ว ฉันเลยคิดว่าจะยืมของเก่าเก็บนี่มาใช้หน่อย มันก็แค่เก็บฝุ่นอยู่แล้วนี่นา!"
ก่อนที่ฉันจะทันได้ขยับตัว ไวน์แดงเข้มก็สาดลงบนด้านหน้าของชุดแม่ คราบสกปรกแผ่ขยายดุจโลหิตบนผืนผ้าขาวบริสุทธิ์ บางอย่างในตัวฉันขาดสะบั้นลง
"ไม่นะ!" ฉันกรีดร้องพลางพุ่งเข้าหามิสตี้ น้ำตาบดบังทัศนวิสัยขณะที่ฉันคว้าชุดนั้นไว้ "นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันมีเหลือจากท่านนะ! พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง"
มิสตี้ผลักฉันอย่างแรง ฉันกระแทกเข้ากับเสาเตียง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง "นังเด็กเหลือขอไม่รู้จักบุญคุณ!" หล่อนตวาด "พวกเรายอมรับแกเป็นครอบครัวทั้งที่แกไม่มีอะไรเลย!"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตึงตังขึ้นมาบนบันได แม่เลี้ยงของฉันปรากฏตัวขึ้น ดวงตาเย็นชาของนางกวาดมองทุกอย่าง
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบราวคมมีด
"ท่านแม่!" มิสตี้เริ่มแสร้งร้องไห้ "เอลาร่าทำร้ายลูกค่ะ! ลูกก็แค่ยืมชุด แล้วน้องก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมา!"
มือของแม่เลี้ยงบีบแขนฉันแน่นราวคีมเหล็ก "น่าอัปยศสิ้นดี" นางขู่ฟ่อ พลางลากฉันลงไปชั้นล่าง "แกจะมาทำลายค่ำคืนนี้ของมิสตี้ไม่ได้"
ฉันดิ้นรนและอ้อนวอนขณะที่นางเหวี่ยงฉันเข้าไปในห้องใต้ดินอันมืดมิด ประตูถูกกระแทกปิด ทิ้งให้ฉันอยู่ตามลำพัง ฉันได้ยินเสียงทุกคนเตรียมตัวไปงานเต้นรำอยู่ข้างบน เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพวกเขาดั่งมีดที่ทิ่มแทงหัวใจ
ฉันขดตัวบนพื้นสกปรก ร่ำไห้สะอึกสะอื้น "ฉันไม่มีวันหนีไปได้" ฉันกระซิบ "ฉันจะเป็นแค่คนไร้ค่าตลอดไป"
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงขูดขีด กระดาษแผ่นหนึ่งสอดเข้ามาใต้ประตู ด้วยมือที่สั่นเทา ฉันอ่านข้อความนั้น "ที่ต้นโอ๊กเก่าแก่"
ฉันรู้ว่าเป็นฝีมือของไลซ่ากับลิลลี่ และถ้าลินด้ารู้เข้า พวกเธอต้องถูกไล่ออกแน่
ไม่กี่นาทีต่อมา ฉันยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ ถือกุญแจของไลซ่าไว้ในมือ บัดนี้ผืนป่าดูแตกต่างไป... ไม่น่ากลัว แต่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ทุกย่างก้าวที่ห่างจากห้องใต้ดินนั่นทำให้ฉันรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น
ฉันเจอจักรยานในจุดที่แผนที่ของไลซ่าบอกไว้ เสียงของแม่ดังก้องในหัว "ลูกเกิดมาเพื่อสิ่งที่ดีกว่านี้นะ ลูกรัก"
สายลมพัดพาน้ำตาให้เหือดแห้งขณะที่ฉันขี่จักรยานมุ่งหน้าสู่พระราชวัง เด็กสาวขี้กลัวในห้องใต้ดินได้หายไปแล้ว บางสิ่งที่ใหม่และดุดันลุกโชนอยู่ในอก
"ฉันจะเป็นเหยื่อของพวกเขาพอแล้ว" ฉันกระซิบกับดวงดาว "พอแล้วกับการเป็นคนที่มองไม่เห็น"
แสงไฟจากพระราชวังสว่างใกล้เข้ามา งดงามและน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียวกัน หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความกลัวและความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้เลือกเส้นทางของตัวเอง
แต่ขณะที่ฉันเข้าใกล้ประตูใหญ่ตระการตา ร่างมืดทะมึนร่างหนึ่งก็เคลื่อนไหวในเงาไม้ ลมหายใจของฉันสะดุดเมื่อดวงตาสีแดงวาวโรจน์คู่หนึ่งจับจ้องมาที่ฉัน เสียงคำรามทุ้มต่ำดังก้องไปในความมืดของราตรี
บทล่าสุด
#241 บทที่ 241 - จุดสิ้นสุดที่มีความสุข
อัปเดตล่าสุด: 11/11/2025#240 บทที่ 240 - เขากลับมา?
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#239 บทที่ 239 - เทพีดวงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#238 บทที่ 238 — สิ้นสุดทศวรรษ
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#237 บทที่ 237 — จดหมายของเขา
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#236 บทที่ 236 — ความฝัน
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#235 บทที่ 235 - ฉันปลุกปีศาจแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#234 บทที่ 234 - ฉันต้องเสร็จสิ้น
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#233 บทที่ 233 - การโทรได้รับการตอบกลับ
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025#232 บทที่ 232 — ฟื้นฟูวิญญาณ
อัปเดตล่าสุด: 11/6/2025
คุณอาจชอบ 😍
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
3P อาหมวยโดนอาเฮียใหญ่ทั้งสองจับทำเมีย
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
BAD FIANCE พันธะรักคู่หมั้นใจร้าย
โหด (ร้าย) รัก
"ถ้าแค้นนัก! ก็ฆ่าฉันเสียเถอะ!"
บูรณิมาตะโกนใส่หน้าอย่างเหลืออด
"ถ้าเธอตาย เรื่องนี้ก็หมดสนุกน่ะซี้"
"คนถ่อย!"
"ชมกันบ่อยขนาดนี้ คงได้สลบคาเตียง"
คนหัวใจทมิฬแสยะยิ้มร้าย
"สารเลว!"
"แล้วชอบไหมจ๊ะ ที่มีผัวสารเลวแบบนี้"
"ไปลงนรกซะ!"
"เอากับเธออยู่ขนาดนี้ ไม่ลงนรกหรอกเบบี๋ มีแต่จะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด" เขาว่าพลางเคลื่อนเข้าหา
"ถะ...ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะกลั้นใจตาย"
"ห้ามคิดแม้แต่จะทำร้ายตัวเอง ชีวิตเธอเป็นของฉัน จะเป็นหรือตายฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด ฉะนั้นตราบใดที่ฉันยังใช้งานร่างกายเธอไม่สาสม อย่าได้คิดทำให้ของของฉันมีตำหนิ"
คนโอหังออกคำสั่งอย่างเผด็จการ
"ชีวิตฉันเป็นของฉัน ไม่ใช่ของคุณ"
"ทำไมจะไม่ใช่ คนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน และไม่มีที่ไปอย่างเธอ ต้องมีนายและเจ้าชีวิต และฉันจะเป็นนายและเจ้าชีวิตให้เธอเอง"
ดิบ เถื่อน รัก
เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกับ ‘อดีตเพื่อนรัก’ ที่กลายเป็นเพื่อนชัง เพื่อนที่เธอแอบรักเขาเพียงแค่ข้างเดียว เพื่อนที่ตราหน้าว่าเธอคือคนที่ทำให้ผู้หญิงที่เขารักจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“ตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน! มึงไม่ใช่เพื่อนกูอีกต่อไป อ้อ…แล้วก็จำเอาไว้ด้วยล่ะ ว่าแม้แต่แอบรักกูมึงก็ไม่มีสิทธิ์” เขาประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเยื่อขาดใย วาจาทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสทำให้เธอน้ำตารื้น
“จอมมึงฟังกูก่อนได้ไหม”
เสียงสั่นเครือพยายามเอ่ยวิงวอน จากนั้นเธอก็วิ่งตามร่างใหญ่ไป แล้วยื้อแขนกำยำเอาไว้สุดแรง ก่อนจะถูกผลักลงไปกองกับผืนทรายร้อนๆ อย่างไร้ปรานี ครั้นจะตามไปยื้ออีกหนก็ต้องผงะ หลับตาปี๋ กลั้นหายใจตัวแข็งทื่อ เมื่อจอมโหดควักปืนออกมายิงเฉียดใบหูไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ปัง!
“ออกไปจากชีวิตกูซะ! แล้วก็อย่ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!”
เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะทอดสายตาชิงชังมาให้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้คนถูกเขาผลักไสออกไปจากชีวิตร้องไห้ปานปิ่มจะขาดใจ
ฤทธิ์รักแม่ม่าย
เขาหนุ่มโสดหล่อและรวยมากมีสาวๆรุมล้อมอยากเป็นเจ้าของหัวใจ แต่เขากลับหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่เขามีวันไนท์สแตนด้วยและไม่รู้เป็นใครแต่พอเจอเลขาของพี่สาวก็ปักใจว่าเธอคือนนั้น แล้วจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่
ภรรยาในนาม
"ผู้หญิงคนนี้คือใคร?"
"ก็ลูกสะใภ้แม่ไงครับ"
"ฉันอยากให้แกแต่งงานก็จริงแต่ไม่ใช่ว่าจะคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาเป็นลูกสะใภ้ของฉันก็ได้"
"แต่ผมชอบผู้หญิงคนนี้เพราะเธอเข้ากับผมได้ดี"
"เข้ากับแกได้ดีหมายความว่ายังไง?"
"ก็มันเข้าทุกครั้งที่สอดใส่"
"คฑา!"
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
อุ้มท้องหนี สามีคลั่ง!
ฉันเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ฉันสามารถให้กำเนิดลูกคนนี้และเลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาได้ด้วยตัวคนเดียว!
ฉันเป็นผู้หญิงที่ใจดำ หลังจากหย่ากันไป อดีตสามีก็มาสำนึกผิด คุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ฉันก็ปฏิเสธไปอย่างเลือดเย็น!
ฉันเป็นผู้หญิงที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ชู้รักของสามีฉัน...นังเมียน้อยนั่น ฉันจะทำให้นางต้องชดใช้อย่างสาสม...
(ขอแนะนำสุดยอดนิยายที่ทำเอาฉันติดงอมแงม อ่านรวดเดียวสามวันสามคืนจนวางไม่ลง สนุกเข้มข้นจนหยุดไม่ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด! ชื่อเรื่องคือ 《แต่งเข้าบ้านเศรษฐี อดีตสามีคลั่งรัก》 ไปที่ช่องค้นหาแล้วพิมพ์ชื่อเรื่องได้เลย)
เพลิงเขมราช
เธอจึงไม่มีสิทธิ์อ้อนวอน
. . .
ใครต่อใครต่างกล่าวหาว่า ‘อมายา’ เป็นฆาตกร
ที่ฆ่าลูกเมียของ ‘เขมราช’ อย่างเลือดเย็น
นั่นก็เพราะมีหลักฐานมัดตัว แต่ทว่าเธอ ‘ไม่ได้ทำ’
กระนั้นใครเล่าจะเชื่อ
โดยเฉพาะเขา... ชายผู้กุมหัวใจเธอไว้ทั้งดวง
ความแค้นของเขาคอยตามหลอกหลอน
หลับตายังฝันเห็น ตื่นมาก็ยังรู้สึก...
มันทรมานเหมือนตายทั้งเป็น
แต่เพลิงแค้นไม่มีวันมอดลง
จนกว่าเธอจะได้ชดใช้อย่างสาสม
แม้ในวันเธอกำลังจะให้กำเนิด 'ลูกของเขา'
เขมราชกลับย้ำแผลใจให้ลึกลง เพราะเขาต้องการแค่ลูก
ส่วนเธอนั้นไม่มีความหมาย ก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่รอเวลากำจัดทิ้ง...
. . .
พระเอกร้าย และนางเอกก็ร้ายพอ ๆ กัน
ใครเป็นความดันค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ ซึมซับนะคะ
เนื้อหาทั้งหมด 57 บท (ไม่รวมบทพิเศษ 4 บท ถ้ารวมก็ 61 บท)
เนื้อหามีประเด็นเสียดสี ท่านใดอ่อนไหวง่ายโปรดใช้วิจารณญาณ
คุณฟอร์บส์
โอ้พระเจ้า! คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังเป็นคนเดิมที่หยิ่งยโสและชอบบงการทุกอย่างตามใจตัวเอง
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย?" ฉันถาม ขณะที่รู้สึกว่าขาของฉันเริ่มอ่อนแรง
"ขอโทษนะถ้าฉันทำให้เธอคิดว่าเธอมีทางเลือก" เขาพูดก่อนจะคว้าผมของฉันแล้วดันตัวฉันลง บังคับให้ฉันก้มลงและวางมือบนโต๊ะทำงานของเขา
โอ้ พระเจ้า มันทำให้ฉันยิ้ม และทำให้ฉันยิ่งเปียกชุ่ม บรายซ์ ฟอร์บส์ ดุเดือดกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มาก
แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง สามารถใช้คำพ้องความหมายทุกคำในพจนานุกรมเพื่ออธิบายเจ้านายจอมโหดของเธอ และมันก็ยังไม่เพียงพอ บรายซ์ ฟอร์บส์ เป็นตัวอย่างของความโหดร้าย แต่โชคร้ายที่เขาก็เป็นตัวอย่างของความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้เช่นกัน
ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างแอนน์และบรายซ์ถึงจุดที่ควบคุมไม่ได้ แอนนาลีสต้องต่อสู้เพื่อไม่ให้ยอมแพ้ต่อสิ่งยั่วยวน และต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก ระหว่างการตามความทะเยอทะยานในอาชีพของเธอหรือยอมแพ้ต่อความปรารถนาลึกๆ ของเธอ เพราะเส้นแบ่งระหว่างสำนักงานและห้องนอนกำลังจะหายไปอย่างสิ้นเชิง
บรายซ์ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้เธอออกไปจากความคิดของเขา แอนนาลีส สตาร์ลิ่ง เคยเป็นแค่เด็กสาวที่ทำงานกับพ่อของเขา และเป็นที่รักของครอบครัวเขา แต่โชคร้ายสำหรับบรายซ์ เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ขาดไม่ได้และยั่วยวนที่สามารถทำให้เขาคลั่งได้ บรายซ์ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถห้ามมือของเขาไม่ให้แตะต้องเธอได้นานแค่ไหน
ในเกมที่อันตราย ที่ธุรกิจและความสุขต้องห้ามมาบรรจบกัน แอนน์และบรายซ์ต้องเผชิญกับเส้นแบ่งที่บางเบาระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ที่ทุกสายตาที่แลกเปลี่ยน ทุกการยั่วยุ เป็นคำเชิญให้สำรวจดินแดนที่อันตรายและไม่รู้จัก













